รุนแรงแค่ไหน คล็อปป์ได้เผยรอผลตรวจการเดี้ยงเฮนเดอร์สัน

รุนแรงแค่ไหน คล็อปป์ได้เผยรอผลตรวจการเดี้ยงเฮนเดอร์สัน

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ได้ระบุว่า อาการเดี้ยงตรงข้อเท้าของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์กัปตันทีม ในเกมที่ทำให้พวกเขาชนะ บาเยิร์น 3-1 มันดูหนักอยู่พอตัว พร้อมกับยัน ก่อนหน้านี้ เฮนเดอร์สัน มีสภาพความฟิตดีพอสำหรับการได้ลงเล่นเกมนี้ แต่มาเจ็บแบบโชคร้ายเท่านั้น บ้านผลบอล

    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมายอมรับว่าอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้าซ้ายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมมันดูจะรุนแรงพอตัว หลังจากที่ เฮนเดอร์สัน มีอาการเดี้ยงจากเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ทัพ “หงส์แดง” ได้บุกไปชนะ บาเยิร์น มิวนิค 3-1 ถึงสนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อวันพุธที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา

    เฮนเดอร์สัน ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดดังกล่าว แต่ว่ามีจังหวะหนึ่งที่เขาเขาพยายามจะดวลลูกกลางอากาศกับ ฮาเมส โรดริเกซ แต่แล้วเหมือนจะลงผิดท่าจนแพทย์ต้องเข้าไปดูอาการ โดยถึงแม้ดาวเตะชาวอังกฤษจะพยายามฝืนเล่นต่อ แต่เขาก็ต้องถูกถอดออกจากสนาม ในนาทีที่ 13 โดยที่ ฟาบินโญ่ ถูกส่งลงไปเล่นแทน

        คล็อปป์ เผยว่า “นี่เป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่โดนอาการข้อเท้าบิดของ เฮนโด้ มาทำให้เสียบรรยากาศเล็กน้อย เราต้องรอผลตรวจกันอีกที แต่มันก็ดูรุนแรงพอตัวเลย และเมื่อคุณต้องเปลี่ยนมิดฟิลด์กลางคันแล้วเนี่ย มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย การที่ต้องเปลี่ยนตัวตั้งแต่ต้นเกมมันเป็นสัญญาณที่แย่อยู่เสมอ”

    “เราซ้อมอย่างหนักโดยที่ให้เขาอยู่ในจุดนั้น ที่เราจัดทีมแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าเราอยากพัก ฟาบินโญ่ หรอกนะ เราก็แค่อยากส่งนักเตะที่มีสภาพร่างกายสดลงไปเล่นในจุดนั้น และ เฮนโด้ ก็มีสภาพร่างกายที่ดี แต่น่าเสียดายที่เขามาเจ็บตรงข้อเท้า”

ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้ โซลชาเผยได้อาแจ็กซ์มาเป็นแรงบันดาลใจ

ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้ โซลชาเผยได้อาแจ็กซ์มาเป็นแรงบันดาลใจ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ระบุว่า ตนเอาการที่ อาแจ็กซ์ ได้พลิกเขี่ย เรอัล มาดริด ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ มาเป็นแรงบันดาลใจในการพาทีมพลิกสถานการณ์กลับมาเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ พร้อมกับชม ทาฮิธ ชอง กับ เมสัน กรีนวู้ด 2 ดาวรุ่งของทีมที่ได้ลงเล่นในเกมนี้ด้วย บ้านผลบอล

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เปิดเผยว่าการที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้พลิกเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างสำเร็จ จากการเอาชนะ เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 5-3 เมื่อวันอังคารที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมานี้ มันเป็นแรงบันดาลใจที่ได้ให้ทีมของตนนั้น ก่อนที่ทัพ “ปีศาจแดง” จะเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เช่นกัน

    ก่อนหน้านี้ อาแจ็กซ์ ได้สร้างความฮือฮาให้กับโลกลูกหนังมาแล้ว หลังจากที่ได้บุกไปทุบ เรอัล ถึงสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว 4-1 ทั้งที่พวกเขามีชื่อชั้นเป็นรองอีกฝ่ายอย่างบานเบอะ ซึ่งตอนแรกสถานการณ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้ต่างไปจากทีมจากฮอลแลนด์มากนัก เพราะพวกเขาก็ได้แพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คาบ้านมาก่อน 0-2 แต่กลับบุกไปชนะ “เปแอสเช” ถึงบ้านของอีกฝ่าย 3-1 ทำให้ทีมของ โซลชา เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน จากการที่ได้สกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 3-3

        กุนซือขัดตาทัพชาวนอร์เวย์ ได้เผยว่า “นี่คือ แชมเปี้ยนส์ ลีก มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ เมื่อคืนนี้เราก็เห็นกันมาแล้วในเกมที่ เรอัล มาดริด เจอกับ อาแจ็กซ์ เราเอาเรื่องนั้น (ประเด็นที่ว่าทุกอย่างเป็นไปได้) มาพูดกันในการประชุมทีม และพวกเขา (อาแจ็กซ์) ก็อาจจะเอามันมาพูดถึงเหมือนกัน”

        “ฤดูกาลก่อนมันก็เคยมีเกมระหว่าง เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส ที่สูสีกันสุดๆ มาแล้ว (รอบก่อนรองชนะเลิศ เรอัล มาดริด ชนะในนัด 3-0 แต่นัดสอง ยูเวนตุส ชนะ 3-1 จนเกือบจะกลับมาได้) ส่วนใน 2 ซีซั่นก่อนก็มีเกมระหว่าง ปารีสฯ กับ บาร์เซโลน่า (ปารีสฯ ชนะในนัดแรก 4-0 แต่นัดสอง บาร์เซโลน่า ถล่ม 6-1 จนพลิกเข้ารอบได้) เรารู้อยู่เสมอว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ และสโมสรอย่างเราก็เคยทำเรื่องแบบนั้นได้เหมือนกัน มันเป็นธรรมเนียมของ แมนฯ ยูไนเต็ด”

    โซลชา ได้กล่าวชม ทาฮิธ ชอง กับ เมสัน กรีนวู้ด 2 ดาวรุ่งของทีมที่ได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมนี้ด้วย ที่ช่วยทีมได้ดี “มันมีความกังขาเรื่องสภาพจิตใจอยู่เสมอ เพราะพวกเขา (เปแอสเช) มีประสบการณ์เยอะมาก ซึ่งตรงข้ามกับเรา แต่สุดท้ายเราก็ชนะมาได้ในช่วงท้ายเกม นักเตะของเราน่ะเต็มไปด้วยคนวัยหนุ่ม และดาวรุ่ง 2 คนที่เราเปลี่ยนลงไปก็ทำให้เรามีความกระฉับกระเฉงในการเล่นเพิ่มขึ้นนิดหน่อยในตอนที่เราต้องการประตู”

โปเช็ตติโน่สุดจะแฮปปี้เมื่อสเปอร์สลิ่ว8ทีมสุดท้ายชปล.

โปเช็ตติโน่สุดจะแฮปปี้เมื่อสเปอร์สลิ่ว8ทีมสุดท้ายชปล.

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นายใหญ่แห่ง สเปอร์ส ได้เปิดอก สุดจะแฮปปี้สุดขีดที่ได้พาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ พร้อมกับได้ระบุ หลังได้ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกไปแล้ว “ไก่เดือยทอง” ก็สามารถขึ้นเกมบุกได้ดีขึ้น บ้านผลบอล

    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรชั้นนำแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้กล่าวว่ารู้สึกดีใจมากๆ ที่ทีมของตนนั้นได้เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ และหลังจากที่ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-0

    หลังจากที่ในนัดแรก สเปอร์ส เอาชนะไปแบบขาดลอย 3-0 เลยทำให้พวกเขาได้เปรียบแบบสุดๆ ในการเล่นนัดสองที่ ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เมื่อวันอังคารที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา และสุดท้าย “ไก่เดือยทอง” ก็เอาชนะในนัดสองด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูของ แฮร์รี่ เคน ในนาทีที่ 49 จึงส่งผลให้ สเปอร์ส เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างน้อยเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฤดูกาล 2010-11

        โปเช็ตติโน่ เผยว่า “ผมภูมิใจมากๆ ผมมีความสุขแทนนักเตะและแฟนบอลของเรา ผมคิดว่านี่เป็นวันที่น่าภาคภูมิใจ ความพยายามของเรามันสุดยอดมาก แน่นอนว่านี่เป็นเกมที่ยากลำบาก แต่ผมคิดว่าการได้เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่วิเศษสุดๆ นั่นเป็นเป้าหมายของเรา”

        “เรารู้ดีว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้น (หมายถึงรู้ว่า ดอร์ทมุนด์ จะเปิดเกมบุกเต็มที่) และแน่นอนว่า ดอร์ทมุนด์ ลงเล่นแบบไม่มีอะไรจะเสีย เมื่อคุณกุมโอกาสเข้ารอบเอาไว้ในมือของตัวเองแล้วเนี่ย คุณก็อยากจะเล่นเกมรับให้ดี และเล่นกันแบบแข็งแกร่ง เราเล่นได้ยากในช่วง 30 นาทีแรก แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มบุกขึ้นหน้าได้ พอเราทำประตูได้ในช่วงต้นครึ่งหลังผมก็คิดว่าเกมมันจบลงทันที และหลังจากนั้นเราก็เริ่มมองเห็นถึงความเป็นจริงที่ว่าเราจะเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้”

โควัชรับมาร์ติเนซนั้นได้แกล้งเป็นตะคริว

โควัชรับมาร์ติเนซนั้นได้แกล้งเป็นตะคริว

นิโก้ โควัช นายใหญ่แห่ง บาเยิร์น ได้ระบุ ฆาบี มาร์ติเนซ ได้แกล้งเป็นตะคริวในช่วงท้ายเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ได้เจ๊ากับ ลิเวอร์พูล พร้อมเผยว่า คิงส์เล่ย์ โกมัน ก็เคยทำแบบนี้อยู่เหมือนกัน ngoal.com

    นิโก้ โควัช เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ยอมรับว่า ฆาบี มาร์ติเนซ ดาวเตะชาวสแปนิช ได้แกล้งทำเป็นว่าเป็นตะคริวกินเพื่อถ่วงเวลา ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ทัพ “เสือใต้” ได้บุกไปเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0 ถึงสนาม แอนฟิลด์ เมื่อวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

    ก่อนการลงเล่นเกมนี้หลายคนมองว่า บาเยิร์น แค่ไม่แพ้กลับไปก็ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่น่าพอใจแล้ว ซึ่งพวกเขาก็ทำตามเป้าหมายได้ด้วยการได้บุกมาเจ๊าแบบไร้สกอร์กับ “หงส์แดง” ทำให้ทีมของ โควัช ขอแค่ชนะด้วยสกอร์เท่าไหร่ก็ได้ในนัดสอง พวกเขาก็จะเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศทันที

    “เราทุกคนต่างก็รู้วิธีการกันดี มันเข้าช่วงท้ายเกมแล้ว และคุณก็พยายามที่จะถ่วงเวลาสักหน่อย ฆาบี เล่นได้ดีมากๆ มาตลอดทั้งเกม ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่มีทางที่เขาจะเป็นตะคริวได้เลย นั่นเป็นการแสดงเล็กๆ น้อยๆ ในเกมที่กรุงเบอร์ลินเมื่อไม่นานมานี้น่ะ คิงส์เล่ย์ โกมัน ก็แกล้งทำเป็นโดนตะคริวกินทั้งที่เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน เราต้องทำให้เกมมันจบแบบไม่วุ่นวาย พวกเขาทำได้ดี พวกเขามีประสบการณ์ด้านนี้อยู่แล้ว” กุนซือชาวโครเอเชีย ระบุ

มีโอกาสแต่ทำไม่ได้ คล็อปป์ยอมรับผิดหวังลิเวอร์พูลทำได้แค่เจ๊า

มีโอกาสแต่ทำไม่ได้ คล็อปป์ยอมรับผิดหวังลิเวอร์พูลทำได้แค่เจ๊า

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ได้ก้มหน้ารับว่า ผิดหวังที่ทำได้แค่เสมอกับ บาเยิร์น 0-0 ในนัดแรกของ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ชี้ว่า นี่ก็ไม่ใช่ผลการแข่งขันที่แย่เกินไปเช่นกัน บ้านผลบอล

    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยอมรับว่าผิดหวังกับการที่ทีมของตนนั้นทำได้เพียงแค่การเปิดรัง แอนฟิลด์ เสมอกับ บาเยิร์น มิวนิค 0-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

    เกมนี้ ลิเวอร์พูล ได้พยายามเปิดเกมบุกอย่างเต็มที่ และยังมีโอกาสทำประตูอยู่หลายหนอีกด้วย แต่สุดท้ายแล้วก็ส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายไม่ได้เลย ทำให้พวกเขานั้นได้พลาดโอกาสที่จะเก็บชัยชนะในนัดแรกเพื่อกุมความได้เปรียบก่อนลงเล่นนัดสอง

        คล็อปป์ ได้เผยว่า “มันไม่ใช่ผลการแข่งขัน หรือรูปเกมที่เราคาดหวังเอาไว้ ถ้าเป็นที่  เยอรมนี เราจะใช้คำว่ามันเหมือนกับ ฮอมเบอร์เกอร์ ชูตติ้ง มันสื่อถึงว่าก่อนเกมมีการนำเสนอข่าวกันอึกทึกครึกโครม แต่พอถึงเวลาแข่งจริงๆ แล้วมันมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นแค่ไม่กี่เรื่อง มันเป็นเกมที่เข้มข้น แต่ในครึ่งแรกเราก็มีโอกาสทำประตูในบางครั้งเหมือนกัน และยังมีจังหวะที่ (ซาดิโอ) มาเน่ ยิงด้วยท่าจักรยานอากาศซึ่งเป็นท่าที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ด้วย แน่นอนว่าถ้ามันเป็นประตูแล้วล่ะก็ เกมก็อาจจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยได้เลย”

    “เรามีสถานการณ์ถึง 10 หรือ 12 ครั้งที่ทุกอย่างมันพร้อมให้เราคว้าเอาไว้ ทุกอย่างมันถูกวางมาอยู่ตรงหน้าเรา แต่แล้วเราก็เล่นกันแบบธรรมดาๆ ในการผ่านบอลจังหวะสุดท้าย หรือไม่ก็เสียบอลไปง่ายๆ เรื่องอย่างนั้นมันทำให้เกิดปัญหากับเรา 2 อย่าง ข้อแรกคือการที่เราสร้างโอกาสทำประตูไม่ได้ ส่วนอีกข้อคือเราปล่อยให้พวกเขาได้บอลไปครองแล้วพวกเขาก็ได้เล่นเกมสวนกลับเร็ว ซึ่งนั่นก็ทำให้เกมดุเดือดมากขึ้นไปอีก”

    “สิ่งที่เราต้องการในคืนนี้คือการได้ผลการแข่งขันที่เราสามารถสานต่อได้ ซึ่งสกอร์ที่ออกมาในวันนี้มันก็เข้าข่ายนั้นอยู่เหมือนกัน เรายังรู้สึกว่าเรายังมีลุ้นเข้ารอบอยู่ แต่เราต้องแสดงให้เห็นถึงสิ่งนั้นในอีก 3 สัปดาห์หลังจากนี้”

แฮปปี้ มาเน่สะใจได้เย้ยแมนยูโดนเปแอสเชทุบคารัง

แฮปปี้ มาเน่สะใจได้เย้ยแมนยูโดนเปแอสเชทุบคารัง

ซาดิโอ มาเน่ ปีกของ ลิเวอร์พูล ถูกอกถูกใจอย่างมากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แพ้ ปารีสฯ 0-2 จนต้องโพสต์ภาพเย้ยหยันอีกฝ่าย โดยทั้ง “หงส์แดง” กับ “ปีศาจแดง” มีคิวเจอกันในวันที่ 24 ก.พ. นี้อีกด้วย ผลบอล

    ซาดิโอ มาเน่ ปีกชาวเซเนกัลของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เยาะเย้ย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริตัวฉกาจแบบสนุกสนาน หลังจากที่ “ปีศาจแดง” ได้แพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0-2 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

    ก่อนหน้าเกมนัดดังกล่าวนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังฮึกเหิมแบบสุดขีดด้วยการที่ไม่แพ้ใครเลยในทุกรายการนับตั้งแต่ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้เข้ามาคุมทีมด้วยสัญญาชั่วคราว เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา แบ่งเป็นการชนะ 10 เกม และเสมอ 1 นัด แต่ว่าล่าสุด โซลชา ก็ต้องเจอกับความปราชัยนัดแรกซะแล้ว

    ทั้งนี้ มาเน่ ซึ่งไปเข้าแคมป์เก็บตัวกับ ลิเวอร์พูล ที่เมืองมาร์เบย่า ประเทศสเปน ก็ได้ถือโอกาสนี้แอบจิกกัด แมนฯ ยูไนเต็ด ไปในตัว โดยเขาได้โพสต์ภาพตอนที่ดูนัดนี้ในช่วงท้ายเกมอยู่ลงบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต พร้อมกับได้พิมพ์ข้อความแนบมากับภาพว่า “ฮืมมมม” แล้วจากนั้นก็ยังได้โพสต์ภาพตอนที่ตัวเองหัวเราะร่าในระหว่างซ้อมตามมา เพื่อสื่อว่าแฮปปี้กับความพ่ายแพ้ของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด แบบสุดๆ

    สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล นั้น มีคิวจะต้องเจอกันในเกมลีกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้

คนละชั้นกัน โซลชายอมรับเปแอสเชเหนือกว่าแมนยูอยู่เยอะ

คนละชั้นกัน โซลชายอมรับเปแอสเชเหนือกว่าแมนยูอยู่เยอะ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ก้มหน้ารับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เหนือกว่าทีมของตนอยู่อื้อ แต่ก็ยังเชื่อว่า “ปีศาจแดง” มีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ บ้านผลบอล

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยอมรับว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีคุณภาพที่เหนือกว่าทีมของตนอยู่เยอะ หลังจากที่ “ปีศาจแดง” ได้แพ้อีกฝ่าย 0-2 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในนัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

    ตอนแรกหลายคนมองว่าเกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะชนะ หลังจากกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการไม่แพ้ใครเลยมา 11 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ในขณะที่ ปารีสฯ ก็ได้ขาด 2 แนวรุกตัวหลักอย่าง เนย์มาร์ กับ เอดินสัน คาวานี่ ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว “เปแอสเช” ก็ยังคงเป็นฝ่ายเอาชนะไปจากประตูของ เพรสแนล คิมเพมเบ้ ในนาทีที่ 53 กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ในนาทีที่ 60 โดย ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ตัวความหวังของเจ้าถิ่น โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 89 อีกต่างหาก

        “วันนี้เราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา นี่เป็นคู่แข่งที่ระดับสูงกว่าที่เราเคยเจอมา จริงอยู่ว่าเรามีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง, มีสถานการณ์ที่ดีก่อนลงเล่นเกมนี้ และมีฟอร์มที่ดีก่อนลงเล่นนัดนี้ แต่แน่นอนว่านี่ถือเป็นคู่แข่งที่ระดับสูงกว่าก่อนหน้านี้เยอะมาก มันมีเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งสโมสรแบบเราก็ควรจะต้องเล็งที่จะไปให้ถึงระดับนั้นให้ได้เหมือนกัน” โซลชา ระบุ

    อย่างไรก็ตาม โซลชา ก็ยังเชื่อว่าทีมของตนยังมีโอกาสที่จะกลับมาได้ในนัดสอง วันพุธที่ 6 มีนาคมนี้ “การเล่นให้สโมสรแบบนี้มันหมายความว่าคุณจะกลับมาได้ คุณต้องกลับมาให้ได้ เราเจอกับทัวร์นาเมนต์ที่ยากลำบาก (หมายถึง แชมเปี้ยนส์ ลีก) ไม่ว่าจะเจอกับใครก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญของเราในตอนนี้คือเกมลีก รวมถึงเกม เอฟเอ คัพ ที่ต้องเจอกับ เชลซี มันมีเกมสำคัญๆ ให้เล่นหลายนัด (ก่อนถึงนัดสอง)”

    “เมื่อถึงเวลาที่เราไปเยือน ปารีส เราก็จะทุ่มเทเต็มที่ แน่นอนว่ามันเป็นงานยากชนิดเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าถึงตอนพักครึ่งเรานำ 1-0 มันก็จะเป็นเรื่องดี เราต้องตั้งเป้าทำอย่างนั้นให้ได้”